Monday, June 26, 2023

ธุรกิจ Non-bank (โดย เพจ ซั่มหุ้น) as of June 2023

 ธุรกิจ Non-bank (โดย เพจ ซั่มหุ้น) as of June 2023


ภาพอุตสาหกรรม สินเชื่อในประเทศไทย เติบโต จาก ปี 2550-2565 โต 8.6%ต่อปี
1. ภาคธนาคารและสถาบันการเงิน คิดเป็น 70%
2. สหกรณ์ออมทรัพย์ 15%
3. Non Bank 12%

สินเชื่อ Non Bank ภายใต้การกำกับของ BOT ปรับตัวขึ้นเป็น 5แสนล้านบาท ในเดือน เมษายน 2566
แบ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีรถเป็นประกัน 2แสนล้านบาท (CAGR 42% ใน4ปี)
และ สินเชื่อส่วนบุคคลไม่รวมที่มีรถเป็นประกัน 3 แสนล้านบาท (CAGR 10% ใน4ปี)

สาเหตุที่สินเชื่อจำนำทะเบียน เติบโตสูงมากมาจาก
สัดส่วนคนที่มีบัญชีธนาคารและได้รับสินเชื่อจากธนาคาร มีแค่ 20%

ส่วนอีก 61% (40ล้านคน) ไม่ได้รับสินเชื่อจากธนาคาร --> เลยไปกู้เงินนอกระบบ
สินเชื่อนอกระบบ จากบทวิเคราะห์ โอลิเวร์ ไวแมน มีจำนวนกว่า 1 ล้านล้านบาท เป็นโอกาสให้Non Bank
ปล่อยสินเชื่อกลุ่มนี้

อีก 18% ไม่มีบัญชีธนาคาร


----------------------------------------------------------------------------------

หุ้นในกลุ่มจำนำทะเบียน

1.MTC พอร์ตหลักคือจำนำทะเบียน เน้นรถจักรยานและรถยนต์ Coverage ratioค่อนข้างต่ำเพราะมีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน
2.SAWAD มี3ประเภท คือ จำนำทะเบียน บ้านและโฉนดที่ดิน และ เช่าซื้อรถจักรยานยนต์
3.TIDLOR พอร์ตหลักคือ จำนำทะเบียน และเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง
ปัจจุบัน จำนำทะเบียนเจ้าใหญ่กิน Market share รวมอยู่ที่ 38% ของตลาดทั้งหมด (2562)

4.SAK พอร์ตหลัก จำนำทะเบียนรถยนต์ และ รถการเกษตร เน้นรถกระบะ รถเพื่อการเกษตร มอเตอร์ไซด์
5.HENG พอร์ตสินเชื่อแบบ Hybrid แบ่งเป็น เช่าซื้อรถยนต์ และ จำนำทะเบียน อย่างละครึ่ง หลังๆจำนำทะเบียนเริ่มมากขี้น เน้นลูกค้า พ่อค้า แม่ค้า รายได้แน่นอน
6.AMANAH เดิมเช่าซื้อ เริ่มเปลี่ยนเป็นจำนำทะเบียน เน้นการrefinance จากสถาบันการเงินอื่น


หุ้นในกลุ่มเช่าซื้อรถบรรทุก

1.ASK เช่าซื้อรถบรรทุกมือ1,2
2.THANI เช่าซื้อรถบรรทุกมือ1,2
3.MICRO เช่าซื้อรถบรรทุกมือ2 เป็นส่วนใหญ่ และเช่าซื้อรถจักรยานยนต์


หุ้นในกลุ่มเช่าซื้อรถจักรยานยนต์

1.SCAP(BFIT) เช่าซื้อรถจักรยานยนต์
2.NCAP เช่าซื้อรถจักรยานยนต์
3.TK เช่าซื้อรถจักรยานยนต์
4.S11 เช่าซื้อรถจักรยานยนต์

----------------------------------------------------------------------------

- ณ ปัจจุบันแนวโน้ม NPL ยังไม่ได้ดีขึ้นมากนัก เป็นภาพของ NPL ที่ขึ้นอย่างชะลอตัวมากกว่า

- ภาพของกลุ่มนี้กำลังอยู่ในจุด Market consolidation คือรายใหญ่จะกิน Market share ได้ต่อเนื่อง เพราะมีข้อได้เปรียบหลายอย่าง เช่น ต้นทุนการเงินต่ำกว่า / การขยายสาขายึดหัวหาด / แบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อถือมากกว่า

- ปัจจุบัน จำนำทะเบียนเจ้าใหญ่กิน Market share รวมอยู่ที่ 50% ของตลาดทั้งหมด

- ธุรกิจเช่าซื้อมอเตอร์ไซด์กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก Market conduct ของ ธปท. ที่มีการกำหนดเพดานดอกเบี้ยไม่เกิน 23% จากแต่ก่อนที่ธุรกิจนี้เก็บกัน 30-40% ทำให้รายเล็กที่ไม่สามารถรับแรงกดดันได้ต้องออกจากตลาดไป และรายใหญ่ได้ Market share เพิ่มขึ้น แต่ความสามารถในการทำกำไรคงไม่ได้ดีเหมือนเดิม เพราะ NIM ลดลง (ตอนนี้ภาพที่เกิดขึ้นแล้วคือ SCAP กำลังขยายพอร์ตและมีการแย่งบุคลากรจากคู่แข่งอย่าง TK และ NCAP ที่กำลังลำบาก)


- หลักการดูหุ้น Non-bank มีทั้งหมด 5 ข้อ ได้แก่
1. Loan growth
2. NIM (Yield และ Cost Of Fund)
3. NPL และการตั้งสำรอง -> บริษัทที่ฟื้นตัวเร็วคือคนที่เคยตั้งสำรองเยอะเกินไปมาก่อน แต่สามารถฟื้นกลับมาได้
4. แนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียม เช่น ธุรกิจนายหน้าประกัน
5. Cost to income ratio


- โอกาสของ Non-bank คือ
1. ตลาดยังขยายได้อีกมาก
2. ศก กำลังฟื้น
3. การปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น
4. เงินเฟ้อชะลอ -> ดอกเบี้ยพีค

- ความเสี่ยงของ Non-bank คือ
1. Market conduct ถูกควบคุมเพดานดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมในการทวงถาม
2. การแข่งขันสูง / ผู้เล่นรายใหม่
3. ปัจจัยมหภาค


* ด้านมืด แต่เป็น Fact
1. Smooth งบให้สวยได้ (ด้วยการใช้สำรอง)
2. มักจะปล่อยสินเชื่อ Top-up เพื่อลดการตั้ง ECL
3. การเร่ง loan growth ด้วยการเพิ่ม LTV
4. ให้เป้าการเติบโต และ Operation ไม่สัมพันธ์กัน Ex. SINGER
5. การสร้างยอดขายปลอม หรือ ไม่มีลูกค้าจริง

Friday, June 2, 2023

STARK case

 STARK case

https://www.facebook.com/search/top?q=thailand%20investment%20forum


Timeline ที่สำคัญของหุ้น STARK ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน

23 พ.ค. 65 -- คณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้ลงทุนในบริษัท LEONI Kabel GmbH ประเทศเยอรมนี และ LEONIsche Holding Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสัดส่วน 100% เป็นเงินประมาณไม่เกิน 20,589 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองบริษัทประกอบธุรกิจด้านสายเคเบิลและการชาร์จยานยนต์

29 ก.ค. 65 -- คณะกรรมการพิจารณาว่าบริษัทต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อเข้าทำธุกรรมข้างต้น จึงมีมติให้จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติเพิ่มทุน 1,500 ล้านหุ้น เสนอขายในวงจำกัด (Private Placement: PP)

12 ก.ย. 65 -- ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (บจ. อวานการ์ด แคปปิตอล) ให้ความเห็น (ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติของการทำธุรกรรมลักษณะนี้) ต่อผู้ถือหุ้นว่า เป็นรายการที่มีความเหมาะสมและผู้ถือหุ้นควรอนุมัติรายการดังกล่าว

23 ก.ย.65 -- ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติ อนุมัติการซื้อบริษัทในต่างประเทศดังกล่าว และอนุมัติการเพิ่มทุนและการเสนอขาย PP ด้วยเสียง 99.99% ทุกวาระย่อย

4 ต.ค. 65 -- แจ้งราคาเสนอขาย PP ว่าคือ 3.72 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ว่าต้องไม่ต่ำกว่า 90% ของราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 7 วันทำการก่อนหน้า (3.98 บาท/หุ้น ส่วน 90% คือ 3.58 บาท/หุ้น)

10 ต.ค. 65 -- รายงานผลการจัดสรรหุ้น PP ตามรูป โดยมีผู้ลงทุน PP เป็นสถาบันการเงินต่างประเทศ (TIF คาดว่าบางรายอาจเป็นการถือให้ ultimate shareholders อีกต่อหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ทำกันทั่วไป ไม่ได้แปลกอะไร) ร่วมกับ บลจ. และบริษัทในประเทศ รวมกัน 12 ราย

13 ธ.ค. 65 -- STARK แจ้งว่า ตามที่ขายหุ้นเพิ่มทุนได้เงิน 5,580 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการซื้อบริษัทในต่างประเทศนั้น ล่าสุดพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในทางลบหลายประการ จึงตัดสินใจเพิกถอนการซื้อหุ้นดังกล่าว ซึ่งจะนำเสนอแผนการใช้เงินเพิ่มทุนฉบับปรับใหม่ในภายหลัง

21 ธ.ค. 65 -- นำเสนอโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock)

10 ก.พ. 66 -- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาออก

28 ก.พ. 66 -- แจ้งส่งงบการเงินปี 2565 ล่าช้า โดยคาดว่าจะส่งได้ภายใน 31 มี.ค. 66

1 มี.ค. 66 -- ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย SP เนื่องจากส่งงบการเงินปี 2565 ไม่ทันกำหนด

31 มี.ค. 66 -- แจ้งเลื่อนส่งการเงินปี 2565 อีกครั้ง ขยายเป็น 21 เม.ย. 66 และแจ้งเปลี่ยน CFO

17-19 เม.ย. 66 -- กรรมการลาออก 7 ราย โดยมีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ 5 ราย และแจ้งเปลี่ยน CFO อีกครั้ง

25 เม.ย. 66 -- กรรมการที่เพิ่งเข้าใหม่ก่อนหน้า ลาออก 3 ราย โดยแต่งตั้งกรรมการใหม่ 2 ราย

28 เม.ย. 66 -- ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 5 ตัวของบริษัท มีมติ ยกเว้น เหตุผิดนัดที่เกิดจากการส่งงบการเงินล่าช้า

17 พ.ค. 66 -- ก.ล.ต. สั่งให้ STARK ชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้า รวมถึงให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) เกี่ยวกับการขาย ลูกหนี้ และรายการบัญชีที่เกี่ยวข้อง

31 พ.ค. 66 -- ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 2 ตัว จาก 5 ตัวของบริษัท มีมติ ไม่ยกเว้น เหตุผิดนัดที่เกิดจากการส่งงบการเงินล่าช้า และมีมติ เรียกให้หนี้ถึงกำหนดชำระโดยพลัน ทำให้เกิดการผิดนัดไขว้ (Cross Default) ภายใต้สัญญาทางการเงินอื่น ๆ และเจ้าหนี้อื่น ๆ สามารถเรียกร้องให้บริษัทชำระหนี้ได้ทันที

1 มิ.ย. 66 -- หลังจากขึ้นเครื่องหมาย SP ไว้ก่อนหน้า ตลาดหลักทรัพย์เปิดซื้อขายหุ้น STARK อีกครั้งในช่วงเวลา 1-30 มิ.ย. 66 ก่อนจะ SP ต่อไปในภายหลังจนกว่าบริษัทจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ .. ราคาปิดวันที่ 1 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 0.18 บาท ลดลง 92% จากราคาปิดสุดท้ายก่อน SP

2 มิ.ย. 66 (จนถึง 14.55น.) -- ราคาหุ้น STARK ซื้อขายอยู่ในกรอบ 0.14-0.22 บาท/หุ้น

ที่มา: http://set.or.th // เรียบเรียงและนำเสนอ: Thailand Investment Forum





Thursday, June 1, 2023

Set status as of June 01, 2023

 Set status as of June 01, 2023

SET Index = 1521  PE = 18.16  (Thai Government 10 year Bond = 2.50% as per   Apr 2023)
Yield Gap =   3.01%

 Billy B. =  BEAR whole month




SET  1528   -->  1521  (-0.4%)  


------------------------------------------------------
My Stock
SCAP                          -7.7% 

Sawad                       +3%

Wednesday, May 24, 2023

NCAP as of 24May2023

 NCAP as of 24May2023

 price = 5.1 baht

Pro:

   - เป้า port โต 7500 MB to 9500 MB (+26%)

   - ECL ลดลง มาระดับ normal แล้ว  กำไรกลับมา normal too

  -  NPL ลดลง 

  -  Coverage ลดลง  แต่ยังอยูในระดับสูง 226%

  -  หลัง Q1 ออกมา หุ้นขึ้น 25% (from 4 to 5 baht) อาจเพราะเคลียร์เรื่อง NPL จบแล้ว


Con:

    - Dilute 225 M shares on Q4'2023

   -  Seasonal Q2 จะวันหยุดเยอะ  ตามหนี้ ได้น้อยกว่า











Wednesday, May 17, 2023

SCAP as of 17 May 2023

 SCAP as of 17 May 2023

As of Q1'2023 issued

Good:

- Port โตเยอะมาก

- Maintain Margin ได้ดี (yield เริ่มลด  แต่ก็ลดค่าใช้จ่าย ได้ด้วย)

- กำไร เริ่มมาแบบ predictable

- ครึ่งปีหลัง เป็น High season มากกว่า 1H


Bad:

- NPL and Coverage

(แต่ลองใส่เลข NPL 4% ตามที่ ผบห บอก and ใส่ reserve ดู --> กำไรก็ยังโอเคอยู่)


Others:

- แตก par เริ่ม June2023

- Silent end on Oct 2023








Friday, May 12, 2023

MTC as of May 2023

 MTC as of May 2023 

Q1'2023 issued


- Port Loan เพิ่ม 5100 MB 

  (ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับที่ผ่านมา ประมาณ 6000-7000 MB)

- NPL 3.2% 

- Coverage = 105% maintain

- Yield ลดลง จากปีที่แล้ว เหลือ 18.3% 

  (ไม่แน่ใจว่าผลจาก สคบ cap ดอกเช่าซื้อ เริ่มมีผล 10Jan2023)

- Cost to income เพิ่มเป็น 42% (3Q ที่ผ่านมา 40 / 39 /38%)

- Financial Cost ค่อยๆ เพิ่ม 

  (Sawad บอกว่าจะ peak Q2 and Maintain after that เพราะ Bond ชุดใหม่ ดอกแพง, I think it's going same way to MTC)




Guess

  - Port Growth Q ละ 5000 MB

  -  Yield maintain

  - Cost to income maintain

  - Financial Cost ขึ้น เป็น 1.8% port

  - สำรอง และ ขาดทุน asset Qละ 1000 MB

  - กำไร 3Q ปีนี้ น่าจะ ประมาณ 1200-1300 MB per Q 





Tuesday, May 2, 2023

Set status as of May 02, 2023

 Set status as of May 02, 2023

SET Index = 1528  PE = 18.10  (Thai Government 10 year Bond = 2.44% as per   Mar 2023)
Yield Gap =   3.08%

 Billy B. =  BULL --> BEAR




SET  1600 -->  1528  (-4.7%)  


------------------------------------------------------
My Stock
SCAP                          0% 

Sawad                       +2%